ตลาดสมุนไพรกับกลุ่มการใช้สมุนไพร Herbal Market
เนื่องจากการนำสมุนไพรมาใช้กันอย่างกว้างขวางในปัจุบัน รวมทั้งมีการวิจัยเพื่อประโยชน์ด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้สมุนไพรในตลาดเปิดกว้างยิ่งขึ้น กระแสของผู้คนก็เริ่มกลับมานิยมใช้สมุนไพรกันมากขึ้นตั้งแต่ รับประทาน รักษาโรค ความสวยความงาม รวมถึงใช้ในการผ่อนคลาย ให้กับร่างกาย ทั้งนี้นี้ในปัจจุบันสมุนไพรได้มีการนำมาใช้แบบทางตรง และการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร เพื่อให้ตอบสนองต่อการนำไปใช้ในด้านต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น หากแบ่งกลุ่มการใช้สมุนไพรตามการใช้สมุนไพรในปัจจุบัน สามารถแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มใหญ่ ดังนี้
1. กลุ่มสมุนไพรตำหรับยาแผนโบราณตามภูมิปัญญาท้องถิ่น
2. กลุ่มสมุนไพรเครื่องสำอางค์
3. กลุ่มสมุนไพรอาหารเสริม
4. กลุ่มสมุนไพรสปาและผ่อนคลาย
5. กลุ่มสมุนไพรสารสกัด
6. กลุ่มสมุนไพรสำหรับการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช
พอจะมองง่ายขึ้นสำหรับกลุ่มการนำสมุนไพรไปใช้ในปัจจุบัน ในคราวต่อไป เรามาดูกันว่า หากมองเรื่องราวของสมุนไพรในด้านอื่นๆ กันบ้าง ติดตามนะครับ
อธิบดีกรมแพทย์แผนไทย ฯ ตั้งเป้าพัฒนาสารสกัดสมุนไพรโปรดักซ์แชมป์เปี้ยนผลิตเครื่องสำอาง หวังแทรกตลาด ทั้งในและต่างประเทศช่วยโกยเงินตราเข้าประเทศ หลังพบรายได้จากเครื่องสำอางไทยยอดจำหน่ายพุ่งกว่า 2 แสนล้านทั่วโลก วันที่ 23 ตุลาคม 2556 ดร.นพ.ธวัชชัย กมลธรรม อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยภายหลังร่วมตรวจเยี่ยมกิจกรรมในงาน OTOP เพื่อสุขภาพ ซึ่งมีกรมพัฒนาชุมชนเป็นเจ้าภาพจัด ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 เมืองทองธานีว่า ในกลุ่มสมุนไพรสำคัญโปรดักซ์แชมเปี้ยน 5 ชนิด ได้แก่ กระชายดำ กวาวเครือขาว บัวบก ไพล และลูกประคบ เป็นกลุ่มสมุนไพรที่สามารถต่อยอดเชิงธุรกิจได้ เพราะเป็นพืชที่มีในประเทศไทย มีการศึกษาวิจัยรองรับโดยกลุ่มที่ตลาดมีความต้องการสูงคือ ไพล มีการนำไพลใช้ในตำรับยา เช่น ตำรับยาประสะไพล สำหรับสตรีหลังคลอดช่วยขับน้ำคาวปลา ครีมไพล น้ำมันไพลทาบรรเทา อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ รองลงมาลูกประคบซึ่งมีส่วนผสมของไพลเป็นหลัก การเติบโตทางธุรกิจของลูกประคบจะควบคู่ไปกับการนวดไทย บัวบกนอกจากสมานแผลเป็นส่วนประกอบเครื่องสำอางยังช่วยด้านความจำให้ดีขึ้น ดร.นพ.ธวัชชัย กล่าวต่อว่า สำหรับกระชายดำเปรียบเป็นโสมของไทย เหมาะกับกลุ่มผู้ชาย จะช่วยให้ทำงานไม่เหนื่อย เพราะพบว่ากลุ่มชาวเขานิยมเคี้ยวกระชายดำช่วยให้แข็งแรงบำรุงกำลัง ทำงานได้ไม่เหน็ดเหนื่อย ส่วนกวาวเครือขาววิจัยพบสาร ไฟโตรเอสตรเจน(Phytoestrogen) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศที่ได้จากพืช มีมากกว่าพืชอื่นเป็นพันเท่าเหมาะกับสตรี มีการผลิตเป็น เครื่องสำอางและยามูลค่าสูง ประชาชนสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของสมุนไพรทั้ง 5 ชนิดได้ที่บูธกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก สามารถปรึกษาเรื่องการ ใช้สมุนไพรให้ถูกวิธี การทำสมุนไพรใช้เองและกระบวนการผลิตสมุนไพรสู่ เส้นทางธุรกิจ ในงาน OTOP เพื่อสุขภาพงานมีถึงวันที่ 28 ตุลาคม 2556 มีผลิตภัณฑ์หลากหลายให้ได้เลือกใช้ดูแลสุขภาพ รวมถึงคลินิกบริการตรวจโรคด้วยแพทย์แผนไทย ดร.นพ.ธวัชชัย กล่าวต่อไปว่า เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างเข้มแข็ง กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย ฯ มีการบูรณาการ กับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อพัฒนาสมุนไพรทั้ง 5 ชนิดดังกล่าว โดยเฉพาะตลาดเครื่องสำอางที่สามารถสร้างมูลค่ามหาศาล จากข้อมูล ของสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย พบว่าในช่วง 5 ปีอัตราการเติบโตของตลาดเครื่องสำอางสูงขึ้นร้อยละ 18 และในปี 2555 มี ยอดส่งออกเครื่องสำอางไปทั่วโลกมูลค่ากว่า 210,000 ล้านบาท จึงเป็นโอกาสอย่างยิ่งในการพัฒนาให้สารสกัดสมุนไพรผลิตเป็น ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสร้างรายได้แก่ชุมชนผู้ปลูก ผู้ผลิต รวมถึงการควบคุมมาตรฐานสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะ กวาวเครือขาว บัวบก
สมุนไพรไทยกับการตลาดแสนล้าน
ผมเคยอ่านเรื่องเกี่ยวกับมูลค่าทางการตลาดของสมุนไพรไทย ที่ทางเวปไซด์หลายแห่งได้นำเสนอไปอ่านแล้วน่าภูมิใจกับตลาดสมุนไพรที่มีโอกาสการขยายตัวค่อนข้างสดใส มีทั้งการส่งแบบสมุนไพรที่เป็นวัตถุดิบโดยตรง หรือเป็นสมุนไพรแปรรูปในรูปแบบต่างๆ เช่น สมุนไพรความงามหรือเครื่องสำอางค์จากสมุนไพร อาหารเสริมจากสมุนไพร สมุนไพรสปา ยาแผนโบราณสมุนไพรตามภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย สมุนไพรกลุ่มสารสกัด สมุนไพรแปรรูปเพื่อใช้เป็นสารป้องกันวหรือจำกัดศัตรตรูพืช เป็นต้น
มูลค่าที่มากสุดจากเรียงลำดับ กลุ่มเครื่องสำอางค์สมุนไพร มีมูลค่าถึง 180,000 ล้านบาท รองลงมาเป็นกลุ่มอาหารเสริมจากสมุนไพร 80,000 ล้านบาท และกลุ่มสปาและบาแผนโบราณตามภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย 10,000 ล้านบาท (ข้อมูลจากแหล่งข่าว)
หากมองดูตัวเลขที่ปรากฏข้างบน นับเป็นทิศทางที่ดีและน่าจะสดใสสำหรับ สมุนไพรของไทยเรานะครับ ทั้งภาครัฐก็มีนโยบายที่ชัดเจนในการออกมาสนับสนุนและให้ความสนใจโดยมีการทำวิจัยเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนในแต่ละพื่นที่ปลูกพืชสมุนไพรอีกด้วย น่าจะเป็นการช่วยส่งเสริมให้มีรายได้มากขึ้นอีกทางหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม หากมีการส่งเสริมให้ คนไทยเอง นิยมหรือหันมาบริโภค สมุนไพร ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ให้เป็นตลาดหลักอีกตลาดหนึ่ง คิดว่าน่าเป็นผลดีโดยตรงต่อคนไทยเอง โดยเฉพาะเกษตรกรที่ทำเกี่ยวกับสมุนไพรเอง หรือกลุ่มแม่บ้านต่างๆที่รวมตัวกันทำสมุนไพรพื้นบ้านส่งขายให้ต่างชุมชนจะทำให้เกิดกระแสการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเศรษฐกิจในแต่ชมชนได้เป็นอย่างดี และสามารถสัมผัสกับตัวเลขอันงดงาม ตามข่าวข้างบนนี้ได้ด้วย
สุดท้ายก็ คิดว่าข่าวคราวที่มาเล่าเพื่อเล่าสู่กันฟังนะครับ เผื่อเป็นแนวทางดีๆๆสำหรับชาวบ้าน ผู้รัก ผู้ผลิต ผู้บริโภคสมุนไพร ในบ้านเรานะครับ
แหล่งความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร
ถ้าหากจะกล่าวถึงสมุนไพรไทย ในบ้านเราแล้ว มีแหล่งความรู้มากมายหลายด้าน ส่วนใหญ่มักจะเป็นปลายน้ำคือ จะพูดถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจาสมุนไพรหลายหลาก ตามคุณประโยชน์ที่ผู้ใช้ต้องการ มีแหล่งความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ สมุนไพรด้านต้นน้ำ นั้นคื่อ ชนิดและคุณสมบัติ ซึ่งมีข้อมูลหลากหลายให้สืบค้น อ่านแล้วเพลิดเพลินทำให้ได้สาระกับตัวเองมาก ทำให้มองถึงคุณค่าภูมิปัญญาของไทยได้อย่างลึกซึ้ง เลยนำมา บอกต่อนะครับ เป็น เวปไซด์ ของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ในส่วนของสมุนไพร นั้น คลิกตามลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ มีความรู้ รออยู่มากมายครับ
http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_200.htm คลิกได้เลยค